ทฤษฎีสี

posted on 05 Jun 2011 12:44 by alusta
สวัสดีครับ ทุกๆคน วันนี้ผมจะมาอธิบายเรื่องการเลือกใช้สีให้ฟังนะครับ
(เป็นกระทู้มีสาระบ้าง ก่อนหน้านี้มีแต่เอางานมาแปะ+ไปเที่ยวทั้งนั้น lol Cry)
 
หลายครั้งที่มีคนมาถามผมว่าใช้สียังไง เลือกสีอะไรถึงจะดี ถึงทำให้งานออกมาในลักษณะนี้ได้
ผมก็ตอบไปว่า ลองศึกษาทฤษฎีสี ดูสิมันช่วยได้นะ Smile
(ตั้งแต่ภาพวาด , ภาพถ่าย , งานโฆษณา , ฯลฯ ถ้ามีสีมาเกี่ยวก็ต้องใช้ทฤษฎีหมดครับ
แต่ในครั้งนี้ผมจะพูดในแง่ของภาพวาดเป็นหลักนะครับ)
 
และก่อนที่จะไปพูดถึงการใช้สี ผมจะพูดถึงตั้งแต่พื้นฐานก่อนเลยนะครับ
เผื่อคนที่เพิ่งศึกษาเรื่องนี้จะได้เข้าใจไปด้วย
 
เริ่มจาก...
 
แม่สี เกิดขึ้นจาก สี 3 สี นั่นคือ แดง เหลือง และน้ำเงิน
นี่คือ สีขั้นที่ 1 เรียกว่า Primary Colors
 
 
ต่อมาเมื่อนำแม่สีมาผสมกัน สีที่ได้คือ ส้ม เขียว ม่วง
นั่นคือ สีขั้นที่ 2 เรียกว่า Senconary Colors 

 
และเมื่อนำสีขั้นที่ 1 มาผสมกับสีขั้นที่ 2 จะเกิดเป็นสีขั้นที่ 3
ซึ่งมี ส้ม-แดง , แดง-ม่วง , ม่วง-น้ำเงิน , น้ำเงิน-เขียว , เขียว-เหลือง , เหลือง-ส้ม
นั่นคือ Tertiary Colors
 
 
หลังจากนั้นสีที่เราได้มาเนี่ยละ จะเกิดเป็นวงจรสี หรือ Colors Wheel
 
 
และอย่างที่ทราบกันดีครับว่า ซีกซ้ายจะเป็นสีโทนเย็น หรือ Cool Tone
ส่วนซีกขวาจะเป็นสีโทนร้อน หรือ Warm Tone
โดยมีสีเหลือง และม่วงอยู่ในทั้งโทนร้อนและโทนเย็น
 
แถม : สีแต่ละสีที่อยู่ในวงจรสีเราจะเรียกว่า Hue ครับ
Hue คือ สีแท้ครับ พูดง่ายๆคือสีที่เกิดจากแม่สี ยังไม่ได้ทำให้จาง เข้ม หม่น ฯลฯ
 
 
ซึ่งในแต่ละสีก็จะมี ค่าน้ำหนักของสี อยู่ หรือเรียกอีกอย่างว่า Value
วิธีการดูค่าน้ำหนักของสีคือ ดูว่าสีมันอ่อนหรือมันเข้ม
ถ้าอ่อนค่าน้ำหนักสีน้อย , ถ้าเข้มค่าน้ำหนักสีมาก
หรืออีกวิธีที่ผมใช้บ่อยคือถ้าเราอยากรู้ว่าสีไหนค่าน้ำหนักมากน้อยกว่าสีไหน
ให้จับทำเป็นขาว-ดำ (Greyscale mode หรือซีล็อกซ์)
 
 
ต่อมาถ้าเรานำสีที่ได้มาทำให้อ่อนลง หรือลดค่าน้ำหนักสีของมัน นั่นคือ Tint
 
 
ในทางกลับกันถ้าเรานำสีที่ได้มาทำให้เข้มขึ้น หรือเพิ่มค่าน้ำหนักสีของมัน นั่นคือ Shade
 
 
แค่ผมนำสี 12 จากวงจรสี มาเพิ่มค่าน้ำหนักของสีอ่อน-เข้ม
ผมก็ได้สีมาใช้ 60 สีแล้วนะ Sealed ~! สร้างความหลากหลายให้กับชิ้นงานมากขึ้นไปอีกระดับ
 
นี่ยังไม่รวมสีอื่นๆ เช่น สีฟ้า ก็มี สีฟ้าท้องฟ้า สีฟ้าน้ำทะเล สีฟ้าคริสตัล บลาๆๆ เยอะแยะมากมาย Undecided
 
เอาละ ! หลังจากที่ได้อ่านข้อความข้างบนไป ก็คงจะเข้าใจเกี่ยวกับพื้นฐานของสีมากขึ้นละเนอะ
งั้นต่อไปเรามาดูกันว่าควรเลือกใช้สียังไง ~!
 
การเลือกใช้สี..
 
Conplementary Colors
เป็นการใช้สีคู่ตรงข้าม โดยดูจากวงจรสีว่าสีไหนตรงข้ามกับสีไหน
(เป็นรูปแบบที่ผมใช้บ่อยมากๆ)
 
 
Analogous Colors
สีข้างเคียง สมมติว่าผมเลือกใช้สีเหลืองเป็นหลัก
ผมสามารถใช้สีเขียว-เหลือง และเหลือง-ส้ม เข้ามาช่วยได้
(หรืออาจจะใช้วงกว้างไปถึงเขียว และส้ม
หรือใช้กว้างไปถึงครึ่งวงจรสีเลยก็ได้)
 
 
Split Complementary Colors
เรียกอีกอย่างว่า การใช้สีเกือบตรงข้าม
หรือบางคนก็เรียกว่า การใช้สีแบบสามเหลี่ยมหน้าจั่ว
คือ เหลืองตรงข้ามกับม่วง
แทนที่เราจะใช้สีม่วงตรงๆ เราก็ไปใช้สีน้ำเงิน-ม่วง และม่วงแดงแทน
(เป็นวิธีที่ผมชอบใช้มากที่สุดครับ ควบคุมจุดเด่นของภาพได้ง่ายมากเลยครับวิธีนี้)
 
 
Triad Colors
สีสามเศร้า หรือเรียกอีกอย่างนึงว่า การใช้สีแบบสามเหลี่ยมด้านเท่า
การใช้สีแบบนี้พูดง่ายๆ ก็คือ นำสีขั้นที่ 1 หรือ 2 หรือ 3 มาใช้
โดยส่วนตัวคิดว่าเป็นรูปแบบสีที่สียังไม่ค่อยโดดเด่นสักเท่าไร
ยกเว้นแต่จะไปปรับอ่อน-เข้มเพิ่มเติม
 
 
Double Complementary Colors
การใช้สีแบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า
เอาเป็นว่ารูปแบบนี้ใช้สีคู่ตรงข้าม 2 คู่ก็แล้วกัน
เหมาะสำหรับภาพที่แบ่งเป็น 2 ซีกอยู่เหมือนกันนะ ใช้ง่ายเลยละแบบนั้นน่ะ Embarassed
 
 
Square Colors
การใช้สีแบบสี่เหลี่ยมจัตุรัส หรือสีสี่เส้า
เป็นรูปแบบที่ใช้ยากที่สุดแล้ว (สำหรับผมนะ)
รูปแบบนี้ถ้าใช้สีเชื่อมสักสี หรือ 2 สีละก็ เวิร์คมาก ~!
 
 
นอกเหนือจากการเลือกใช้สี ผมอยากบอกอะไรอีกสักหน่อยครับ
ย้อนกลับไปที่สีขั้นที่ 1 ถ้าเรานำทั้ง 3 สีมาผสมในปริมาณที่เท่ากัน
เราจะได้สีเทากลางครับ หรือ บางคนเรียกว่า Muddy Color หรือสีโคลน
(ถ้าผสมในปริมาณที่ไม่เท่ากันจะได้สีน้ำตาลแทน)
 
 
พอเรานำสีเทากลางมาผสมกับสีในวงจรสี
ก็จะทำให้ลด Saturation หรือค่าความสดของสีลงได้ครับ
หรือก็คือทำให้สีหม่นนั่นเอง
 
ก็จะได้สีเพิ่มขึ้นมาอีก
 
 
หลักๆ ก็มีเท่านี้ครับ
ลองเลือกมาสักแบบใดแบบหนึ่ง แล้วลองใช้ในผลงานของคุณดูนะครับ
จากนั้นค่อยๆสร้างเป็นสไตล์การใช้สีในแบบของคุณขึ้นมา
เพราะนั่นเป็นวิธีที่จะบ่งบอกเอกลักษณ์การทำงานของคุณได้อย่างหนึ่ง
 
และอย่างน้อยๆผมอยากให้ลองจำศัพท์ที่ผมเน้น หนา-เอียง ไปสักหน่อยครับ
ค่อยๆ จำไปทีละคำก็ได้ครับ เวลาพูดกับคนอื่นจะได้ไม่อายใคร
 
 
เอาละหมดเรื่องทฤษฎีสีแล้ว
ในครั้งหน้าผมจะพูดถึงเรื่องของการซื้อ Copic ครับ
แล้วเจอกัน เอ็นทรี่หน้า Smile

Comment

Comment:

Tweet

แจ่มชัดเลยคับ ขอบคุณจ้า  คาสิโน

#10 By britrocker1234 on 2016-01-20 02:08

confused smile confused smile confused smile

#9 By ิิbb จัง (223.205.247.135|223.205.247.135) on 2015-08-16 14:36

มีความน่าสนใจ
open-mounthed smile

#8 By (1.4.206.134|1.4.206.134) on 2015-01-13 15:13

#7 By (27.55.154.207|27.55.154.207) on 2014-09-15 14:02

Hot!  อ่านสนุกดีฮะ คือบางอันก็อ่านไม่เข้าใจ แต่เห็นภาพนี่ก็อ๋อ เข้าใจง่ายเลยฮะ big smile

#6 By kae on 2012-09-15 18:29

ความรู้มากๆเลยค่ะ

ต้องเซฟไว้อ่านหลายๆรอบ♥Hot! Hot!

#4 By HineyHelsinki on 2011-06-06 18:49

เรายังคงเเอบติดตาม เเละดูดวิชาจากท่านไปเรื่อยๆ=w=+
Hot! Hot!

#3 By Tale_Glory on 2011-06-06 11:23

Hot! Hot! Hot!

ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆ แบบนี้นะคะ

เราก็ไม่มีความรู้เรื่องนี้เลยคะbig smile big smile

------------------------------

#2 By YiM-YiiM on 2011-06-06 09:15

ไม่ค่อยมีความรู้ทางด้านนี้เลย ที่ทำๆอยู่ก็จะใช้จินตนาการเอาว่าแบบไหนสีไหนน่าจะเหมาะ...ขอบคุณนะ ได้ความรู้มากมาย ^^confused smile confused smile Hot! confused smile confused smile

#1 By Deecaa on 2011-06-06 08:03